เข็มเจาะระบบเปียกกับระบบแห้ง ใช้งานต่างกันตรงไหนบ้าง 2026

เสาเข็มเจาะระบบแห้ง (Dry Process) ใช้วิธีเจาะดินเป็นหลุมแล้วเทคอนกรีตลงไปโดยตรง ทำได้ลึกประมาณ 14-21 เมตร ใช้กับชั้นดินเหนียวแข็งที่ยังไม่พบชั้นทรายหรือน้ำใต้ดิน ขนาดที่นิยมคือ 0.35-0.60 เมตร ส่วนเสาเข็มเจาะระบบเปียก (Wet Process) ใช้สารละลายเบนโทไนต์หรือโพลิเมอร์พยุงผนังหลุมไม่ให้พังทลาย จึงเจาะผ่านชั้นทรายและชั้นน้ำใต้ดินลงไปได้ลึกตั้งแต่ 20 เมตรถึง 60 เมตรขึ้นไป ขนาดที่นิยมคือ 0.60-0.80 เมตร ความลึกที่เหมาะสมของแต่ละหน้างานขึ้นอยู่กับผลสำรวจชั้นดิน (Boring Log) ของพื้นที่นั้นเป็นหลัก

เครื่องเจาะเสาเข็มระบบเปียกและระบบแห้งขณะทำงานหน้างานจริง

| ระบบเปียกกับระบบแห้ง สำคัญยังไง

ถ้าคุณเคยคุยกับผู้รับเหมาเรื่องเข็มเจาะ อาจเคยได้ยินคำว่า “ระบบเปียก” กับ “ระบบแห้ง” ทั้งสองคือวิธีการเจาะที่ต่างกัน และมีผลโดยตรงกับราคา ความลึก และความเหมาะสมกับที่ดินของคุณ

 

เข็มเจาะระบบแห้งคืออะไร

คือการเจาะดินโดยไม่ใช้สารเคมีหรือของเหลวช่วยพยุงผนังหลุม เหมาะกับดินที่มีความแข็งพอสมควรและไม่มีน้ำใต้ดินมาก เข็มเจาะขนาดเล็กที่ความลึกไม่เกิน 21 เมตร ข้อดีคือทำงานได้เร็ว หน้างานสะอาด ไม่ต้องจัดการน้ำโคลนที่เหลือจากการเจาะ

เข็มเจาะระบบเปียกคืออะไร

ใช้สารละลายเบนโทไนท์ (Bentonite) หล่อเลี้ยงในหลุมขณะเจาะ เพื่อป้องกันผนังหลุมยุบตัวหรือดินพังก่อนเทคอนกรีต ทำให้เจาะได้ลึกกว่าระบบแห้งมาก บางโครงการลึกได้ถึง 60-70 เมตร เหมาะกับอาคารสูงหรือโครงสร้างที่ต้องการรับน้ำหนักมาก

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย

  • ความลึก: ระบบเปียกลึกกว่ามาก / ระบบแห้งจำกัดที่ 15-20 เมตร
  • สภาพดิน: ระบบเปียกใช้ได้กับดินอ่อนหรือมีน้ำใต้ดิน / ระบบแห้งต้องการดินที่ค่อนข้างแข็ง
  • ราคาและเวลา: ระบบเปียกมีขั้นตอนจัดการน้ำโคลนเพิ่ม ราคาและเวลาสูงกว่า
  • ความสะอาดหน้างาน: ระบบแห้งสะอาดกว่า ระบบเปียกมีโคลนต้องขนทิ้ง

พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล เหมาะกับระบบไหนมากกว่า

ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลส่วนใหญ่เป็นดินเหนียวอ่อนถึงปานกลาง งานต่อเติมบ้านหรืออาคารไม่สูงมาก มักเลือกใช้ระบบแห้ง (ไมโครไพล์) เพราะเพียงพอต่อการรับน้ำหนักและประหยัดกว่า ส่วนโครงการอาคารสูงหรือพื้นที่ที่มีน้ำใต้ดินสูง มักต้องใช้ระบบเปียก

 

สรุป : เลือกระบบไหนให้เหมาะกับหน้างานจริง

ไม่มีระบบไหนดีที่สุดตายตัว ขึ้นอยู่กับสภาพดิน ความลึกที่ต้องการ และงบประมาณ แนะนำให้วิศวกรสำรวจดินหน้างานก่อนตัดสินใจเสมอ

| ควรเลือกแบบไหนสำหรับงานของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

เสาเข็มเจาะระบบแห้ง (Dry Process) เหมาะกับงานที่ความลึกประมาณ 14–21 เมตร ใช้ในพื้นที่ที่ชั้นดินเป็นดินเหนียวแข็งและยังไม่เจอน้ำใต้ดินหรือชั้นทราย นิยมใช้ขนาด 0.35–0.60 เมตร กับบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ และต่อเติมอาคาร

ส่วนเสาเข็มเจาะระบบเปียก (Wet Process) ทำได้ลึกกว่ามาก โดยทั่วไปตั้งแต่ 19 เมตร ไปจนถึง 60 เมตรขึ้นไป เพราะใช้สารละลายเบนโทไนต์หรือโพลิเมอร์ช่วยพยุงผนังหลุมเจาะไม่ให้พังทลาย จึงเจาะผ่านชั้นทรายและชั้นน้ำใต้ดินลงไปถึงชั้นดินแข็งที่ลึกกว่าได้ นิยมใช้ขนาด 0.60–0.80 เมตร กับอาคารสูง โรงงาน และงานที่ต้องการรับน้ำหนักมาก

ทั้งนี้ความลึกที่เหมาะสมของแต่ละหน้างานขึ้นอยู่กับผลสำรวจชั้นดิน (Boring Log) ของพื้นที่นั้นเป็นหลัก ปรึกษาทีมงานลิ้มเจริญ บอร์ไพล์ ได้ฟรี ที่ช่างติว 063-569-3542 หรือคุณหมวย 086-314-2439

ใช่ เพราะมีขั้นตอนจัดการสารเบนโทไนท์และน้ำโคลนเพิ่มเติม

ระบบเปียกเสี่ยงน้อยกว่า เพราะมีสารเบนโทไนท์ช่วยพยุงผนังหลุมตลอดการเจาะ

โลโก้ บริษัท ลิ้มเจริญ บอร์ไพล์ จำกัด

บริษัท ลิ้มเจริญ บอร์ไพล์ จำกัด​

ยินดีให้คำปรึกษาด้านงานเสาเข็มทุกประเภท พร้อมแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับหน้างานและงบประมาณอย่างตรงไปตรงมา