เสาเข็มเจาะระบบแห้ง (Dry Process) ใช้วิธีเจาะดินเป็นหลุมแล้วเทคอนกรีตลงไปโดยตรง ทำได้ลึกประมาณ 14-21 เมตร ใช้กับชั้นดินเหนียวแข็งที่ยังไม่พบชั้นทรายหรือน้ำใต้ดิน ขนาดที่นิยมคือ 0.35-0.60 เมตร ส่วนเสาเข็มเจาะระบบเปียก (Wet Process) ใช้สารละลายเบนโทไนต์หรือโพลิเมอร์พยุงผนังหลุมไม่ให้พังทลาย จึงเจาะผ่านชั้นทรายและชั้นน้ำใต้ดินลงไปได้ลึกตั้งแต่ 20 เมตรถึง 60 เมตรขึ้นไป ขนาดที่นิยมคือ 0.60-0.80 เมตร ความลึกที่เหมาะสมของแต่ละหน้างานขึ้นอยู่กับผลสำรวจชั้นดิน (Boring Log) ของพื้นที่นั้นเป็นหลัก

| ระบบเปียกกับระบบแห้ง สำคัญยังไง
ถ้าคุณเคยคุยกับผู้รับเหมาเรื่องเข็มเจาะ อาจเคยได้ยินคำว่า “ระบบเปียก” กับ “ระบบแห้ง” ทั้งสองคือวิธีการเจาะที่ต่างกัน และมีผลโดยตรงกับราคา ความลึก และความเหมาะสมกับที่ดินของคุณ
เข็มเจาะระบบแห้งคืออะไร
คือการเจาะดินโดยไม่ใช้สารเคมีหรือของเหลวช่วยพยุงผนังหลุม เหมาะกับดินที่มีความแข็งพอสมควรและไม่มีน้ำใต้ดินมาก เข็มเจาะขนาดเล็กที่ความลึกไม่เกิน 21 เมตร ข้อดีคือทำงานได้เร็ว หน้างานสะอาด ไม่ต้องจัดการน้ำโคลนที่เหลือจากการเจาะ
เข็มเจาะระบบเปียกคืออะไร
ใช้สารละลายเบนโทไนท์ (Bentonite) หล่อเลี้ยงในหลุมขณะเจาะ เพื่อป้องกันผนังหลุมยุบตัวหรือดินพังก่อนเทคอนกรีต ทำให้เจาะได้ลึกกว่าระบบแห้งมาก บางโครงการลึกได้ถึง 60-70 เมตร เหมาะกับอาคารสูงหรือโครงสร้างที่ต้องการรับน้ำหนักมาก
เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย
- ความลึก: ระบบเปียกลึกกว่ามาก / ระบบแห้งจำกัดที่ 15-20 เมตร
- สภาพดิน: ระบบเปียกใช้ได้กับดินอ่อนหรือมีน้ำใต้ดิน / ระบบแห้งต้องการดินที่ค่อนข้างแข็ง
- ราคาและเวลา: ระบบเปียกมีขั้นตอนจัดการน้ำโคลนเพิ่ม ราคาและเวลาสูงกว่า
- ความสะอาดหน้างาน: ระบบแห้งสะอาดกว่า ระบบเปียกมีโคลนต้องขนทิ้ง
พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล เหมาะกับระบบไหนมากกว่า
ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลส่วนใหญ่เป็นดินเหนียวอ่อนถึงปานกลาง งานต่อเติมบ้านหรืออาคารไม่สูงมาก มักเลือกใช้ระบบแห้ง (ไมโครไพล์) เพราะเพียงพอต่อการรับน้ำหนักและประหยัดกว่า ส่วนโครงการอาคารสูงหรือพื้นที่ที่มีน้ำใต้ดินสูง มักต้องใช้ระบบเปียก
สรุป : เลือกระบบไหนให้เหมาะกับหน้างานจริง
ไม่มีระบบไหนดีที่สุดตายตัว ขึ้นอยู่กับสภาพดิน ความลึกที่ต้องการ และงบประมาณ แนะนำให้วิศวกรสำรวจดินหน้างานก่อนตัดสินใจเสมอ
| ควรเลือกแบบไหนสำหรับงานของคุณ
- ต่อเติมบ้านใหม่ พื้นที่จำกัด งบไม่สูง → เลือกระบบแห้ง (ส่วนงานซ่อมบ้านทรุด แนะนำเข็มกด Jack-in Pile)
- อาคารสูง คอนโด โครงการขนาดใหญ่ → เลือกระบบเปียก
- พื้นที่มีน้ำใต้ดินสูงหรือดินอ่อนมาก → เลือกระบบเปียก
- ต้องการงานเร็ว → เลือกระบบแห้ง (ถ้าสภาพดินเอื้ออำนวย)
คำถามที่พบบ่อย
เสาเข็มเจาะระบบแห้ง (Dry Process) เหมาะกับงานที่ความลึกประมาณ 14–21 เมตร ใช้ในพื้นที่ที่ชั้นดินเป็นดินเหนียวแข็งและยังไม่เจอน้ำใต้ดินหรือชั้นทราย นิยมใช้ขนาด 0.35–0.60 เมตร กับบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ และต่อเติมอาคาร
ส่วนเสาเข็มเจาะระบบเปียก (Wet Process) ทำได้ลึกกว่ามาก โดยทั่วไปตั้งแต่ 19 เมตร ไปจนถึง 60 เมตรขึ้นไป เพราะใช้สารละลายเบนโทไนต์หรือโพลิเมอร์ช่วยพยุงผนังหลุมเจาะไม่ให้พังทลาย จึงเจาะผ่านชั้นทรายและชั้นน้ำใต้ดินลงไปถึงชั้นดินแข็งที่ลึกกว่าได้ นิยมใช้ขนาด 0.60–0.80 เมตร กับอาคารสูง โรงงาน และงานที่ต้องการรับน้ำหนักมาก
ทั้งนี้ความลึกที่เหมาะสมของแต่ละหน้างานขึ้นอยู่กับผลสำรวจชั้นดิน (Boring Log) ของพื้นที่นั้นเป็นหลัก ปรึกษาทีมงานลิ้มเจริญ บอร์ไพล์ ได้ฟรี ที่ช่างติว 063-569-3542 หรือคุณหมวย 086-314-2439
ใช่ เพราะมีขั้นตอนจัดการสารเบนโทไนท์และน้ำโคลนเพิ่มเติม
ระบบเปียกเสี่ยงน้อยกว่า เพราะมีสารเบนโทไนท์ช่วยพยุงผนังหลุมตลอดการเจาะ
