| เข็มเจาะแต่ละแบบ เหมาะกับงานแบบไหน
เข็มเจาะไม่ได้มีแบบเดียว และไม่ได้เหมาะกับทุกงานเท่ากัน บทความนี้จะพาไปดูว่างานแต่ละประเภทควรใช้เข็มเจาะแบบไหน
| งานต่อเติม-ซ่อมแซมบ้านพักอาศัย
เข็มเจาะ 3 ขา เหมาะที่สุดสำหรับงานประเภทนี้ เพราะเข้าพื้นที่แคบได้ ไม่กระทบโครงสร้างเดิม และแรงสั่นสะเทือนต่ำมาก เหมาะกับบ้านที่อยู่ติดกับบ้านข้างเคียง (เข็มตอกไมโครไพล์และเข็มกดก็เป็นอีกทางเลือกที่นิยมใช้เช่นกัน แล้วแต่สภาพหน้างาน)
| งานฐานรากโรงงานและคลังสินค้า
ต้องรับน้ำหนักเครื่องจักรและสินค้าหนัก มักใช้เข็มเจาะขนาดกลางถึงใหญ่ที่ออกแบบตามน้ำหนักบรรทุกจริงของโรงงาน
| งานอาคารสูงและคอนโดมิเนียม
ใช้เข็มเจาะระบบเปียกขนาดใหญ่ที่เจาะได้ลึกมาก เพื่อรองรับน้ำหนักอาคารหลายสิบชั้นและถ่ายน้ำหนักลงสู่ชั้นดินแข็งลึกลงไปใต้ดิน
| งานสะพานและโครงสร้างพื้นฐาน
ต้องการเข็มเจาะที่รับแรงด้านข้างและแรงสั่นสะเทือนจากการจราจรได้ดี มักออกแบบเป็นพิเศษโดยวิศวกรโครงสร้างเฉพาะโครงการ
| งานพื้นที่แคบ เข้าถึงยาก เช่น ทาวน์เฮาส์ ตรอกซอยแคบ
เครื่องเจาะขนาดเล็กแบบสามขาสามารถแยกชิ้นส่วนขนเข้าไปประกอบหน้างานได้ ทำให้ทำงานในพื้นที่ที่รถใหญ่เข้าไม่ถึงได้ (เข็มตอกไมโครไพล์และเข็มกดก็เป็นอีกทางเลือกที่นิยมใช้เช่นกัน แล้วแต่สภาพหน้างาน)
| สรุปเลือกขนาดเข็มเจาะให้เหมาะกับแต่ละประเภทงาน
ควรให้วิศวกรออกแบบคำนวณน้ำหนักที่ต้องรับก่อนกำหนดขนาดและความลึกเข็มเสมอ ไม่ควรเลือกขนาดเข็มจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว เพราะอาจไม่เพียงพอต่อการรับน้ำหนักจริง
| ควรเลือกแบบไหนสำหรับงานของคุณ
- พื้นที่ชุมชนหนาแน่น ใกล้อาคารเดิม → เลือกเข็มเจาะขนาดเล็กหรือเข็มกด
- โรงงาน คลังสินค้า พื้นที่กว้างขวาง → เลือกเข็มเจาะขนาดใหญ่หรือเข็มตอกปั้นจั่นใหญ่
- ดินอ่อนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล → เลือกเข็มเจาะระบบเปียก
- งานต่อเติมบ้าน พื้นที่แคบ → เลือกเข็มเจาะขนาดเล็กหรือเข็มตอกไมโครไพล์
- งบประมาณจำกัด พื้นที่โล่งไม่มีข้อจำกัด → ปรึกษาวิศวกรเปรียบเทียบกับเข็มตอก
คำถามที่พบบ่อย
เข็มเจาะขนาดเล็กสุดที่ใช้ได้ทั่วไปมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 35 เซนติเมตร
ได้ครับ เครื่องเจาะขนาดเล็กแบบสามขาออกแบบมาสำหรับพื้นที่จำกัดโดยเฉพาะ